วาดเส้น
ทฤษฎีองค์ประกอบศิลป์
พื้นฐานทางการออกแบบ
ออกแบบภายใน
ออกแบบผลิตภัณฑ์
ออกแบบนิเทศศิลป์
ออกแบบนฤมิตศิลป์
ออกแบบเครื่องประดับ
ออกแบบแฟชั่น
ความถนัดทางสถาปัตย์กรรม
เทคนิคการใช้สี
สีอะคิลิค – สีน้ำมัน
การ์ตูนล้อเลียน
|
พื้นฐานการออกแบบ
การออกแบบ มีด้วยกัน 3 แบบ คือ
การออแบบนิเทศศิลป์ เช่น
การออกแบบมีพื้นฐานหลักๆ ด้วยกัน 3 ประการ
1. มีความสายงาม เพราะความสวยงามเป็นจุดดึงดูดที่ดี เมื่อพบเห็นในครั้งแรกและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อเลือกใช้เป็นอันดับแรกๆ ที่ทำให้มนุษย์ทุกคนชอบซื้อชอบใช้ของที่ดูดีมีสไตร์สวยงาม แต่เนื่องด้วยความชอบ ความพอใจ ของแต่ละคนมีรสนิยมที่ไม่เหมือนกัน แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นงานที่ออกแบบมานั้นอาจจะมีคนบอกว่าสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง ที่สำคัญคือคนส่วนใหญ่ชอบในผลงานของเราหรือเกิดควา่มพอใจก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
2. มีประโยชน์ในการใช้สอยที่ดี การใช้สอยที่ดีนั้น คือ ต้องคำนึงว่างานที่ออกแบบ นั้นจะนำไปใช้กับอะไร เพื่ออะไร ใช้งานแบบไหน ฯลฯ ดังนั้น เมื่อเราทำการออกแบบก็ควรที่จะคำนึงถึง ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักด้วย จะทำให้ผลงานดูมีคุณค่าน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
3. มีแนวความคิดในการออกแบบที่ดีในงานแต่ละงานนั้นเราควรที่จะมีแนวความคิดในการออกงานนั้นๆก่อนเพื่อที่จะ ไม่ทำให้เราหลงทางในการออกแบบได้ แล้วข้อดีอีกอย่างนึงก็คือจะทำให้ผู้ที่ดูผลงานของเราเข้าใจในผลงานของเรา ได้ง่าย ทั้งยังให้เกิดแนวคิดและจินตนาการตามผลงานของเราได้ด้วย
เวิร์ก = ต้องตอบสนองต่อประโยชน์ในการใช้สอยให้ได้ดี
สวย = ต้องมีความสวยงามเป็นที่พอใจ แก่ผู้คนส่วนใหญ่
สื่อ = ต้องสื่อความหมายในตัวงาน และเข้าใจได้ง่าย
หลักการสร้างแนวความคิดในการออกแบบ 5W2H
1.อะไร (What) ทำอะไร ออกแบบอะไร งานนี้คืออะไร
2.ทำไม (Why) หาเหตุผลของการออกแบบ เพื่อให้เห็นความสำคัญ
3.ที่ไหน (Where) ออกแบบไว้เพื่อใช้สำหรับที่ไหน เช่น ปกหนังสือ ห้องนอน ร้านอาหาร
4.เมื่อไร (When) ออกแบบไว้ใช้ในเวลาใด เช่น เช้า เย็น กลางคืน เวลานอน เวลากิน
5.ใคร (Who) ออกแบบไว้เพื่อให้ใคร เช่น ชาย หญิง เด็ก คนแก่ นักเรียน ชาวประมง
6.อย่างไร (How) มีวิธีการใช้งานอย่างไร คู่มือวิธีการใช้
7. ราคา (How much) ราคาของผลงาน
ประเภทของการออกแบบ
การออกแบบแบ่งได้เป็น 10 ประเภท คือ
1. การออกแบบสร้างสรรค์
เป็นการออกแบบเพื่อนำเสนอความงามความพึงพอใจ น้นความคิดสร้างสรรค์แปลกๆ ใหม่ๆ ให้เกิดความสะเทือนใจ เร้าใจ ซึ่งการสร้างสรรค์นี้อาจเป็นการพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่เดิมหรือสร้างขึ้นใหม่ก็ได้งานออกแบบสร้างสรรค์นี้มี 5 ลักษณะ คือ
* งานออกแบบจิตรกรรม (Painting) คืองานศิลปะด้านการวาดเส้น ระบายสี เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกในลักษณะสองมิติ จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในผลงานแต่ละชิ้นของผู้สร้าง
* งานออกแบบประติมากรรม (Sculpture) คืองานศิลปะด้าน การปั้น แกะสลัก เชื่อมต่อในลักษณะสามมิติคือมีทั้งความกว้าง ยาว และหนา
* งานออกแบบภาพพิมพ์ (Printmaking) คืองานศิลปะที่ใช้กระบวนการพิมพ์มาสร้างสรรค์รูปแบบด้วยเทคนิคการพิมพ์ต่างๆ เช่น ภาพพิมพ์ไม้ โลหะ หิน และอื่นๆ
* งานออกแบบสื่อประสม (Mixed Media) คืองานศิลปะที่ใช้วัสดุหลากหลายชนิด เช่น กระดาษ ไม้ โลหะ พลาสติก เหล็ก หรือวัสดุอื่นๆ นำมาสร้าง ความผสาน กลมกลืน ให้เกิดผลงานที่แตกต่างอย่างกว้างขวาง
* งานออกแบบภาพถ่าย (Photography) ยุคนี้เป็นยุคที่การถ่ายภาพกลายเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์งานถ่ายภาพ เพราะเทคโนโลยีการถ่ายภาพมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วยการลงทุนสร้างสรรค์ที่ไม่แพงมาก การถ่ายภาพอาจเป็นภาพ คน สัตว์ สิ่งของ ธรรมชาติทั่วๆไป โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ เนื้อหาที่แปลกใหม่ เพื่อสนองความต้องการของผู้ถ่ายภาพ
2. การออกแบบสัญลักษณ์และเครื่องหมาย (Symbol & Sign)
เป็นการออกแบบเพื่อสื่อความหมายเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่ทำความเข้าใจกับผู้พบเห็น โดยไม่จำเป็น ต้องมีภาษากำกับ เช่น ไฟแดง เหลือง เขียว ตามสี่แยก หรือเครื่องหมายจราจรอื่นๆ
เครื่องหมาย (Symbol) คือสื่อความหมายที่แสดงความนัยเพื่อเป็นการชี้เตือน หรือกำหนดให้สมาชิกในสังคม รู้ถึง ข้อกำหนด อันตราย เช่น
- เครื่องหมายจราจร
- เครื่องหมายสถานที่
- เครื่องหมายที่ใช้กับเครื่องกล
- เครื่องหมายที่ใช้กับเครื่องไฟฟ้า
- เครื่องหมายตามลักษณะสิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ
สัญลักษณ์ คือ สื่อความหมายที่แสดงความนัย เพื่อบอกให้ทราบถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีผลในทางปฏิบัติเหมือน เครื่องหมาย แต่มีผลทางด้านการรับรู้ ความคิด หรือทัศนคติ ที่พึงมีต่อสัญลักษณ์นั้นๆ เช่น
- สัญลักษณ์ของชาติ เช่น ธงชาติ ฯลฯ
- สัญลักษณ์ขององค์กรต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา กระทรวง สมาคม พรรคการเมือง ฯลฯ
- สัญลักษณ์ของบริษัทห้างร้านทางธุรกิจ เช่น ธนาคาร บริษัท ห้างร้าน ฯลฯ
- สัญลักษณ์ของสินค้างและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ตราสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจำหน่าย ตามท้องตลาด ฯลฯ
- สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ในสังคม เช่น การกีฬา การร่วมมือในสังคมการทำงาน ฯลฯ
3. การออกแบบโครงสร้าง
เป็นการออกแบบเพื่อใช้เป็นโครงยึดเหนี่ยวให้อาคารสิ่งก่อสร้างสามารถทรงตัว และรับน้ำหนักอยู่ได้ อาจเรียกว่าการออกแบบสถาปัตยกรรม คือการออกแบบสิ่งก่อสร้างประเภทต่าง ๆ ออกแบบอาคาร เช่น การออกแบบที่พักอาศัย ออกแบบเขื่อน ออกแบบสะพาน ออกแบบอาราม,โบสถ์ อื่นๆ ที่คงทนและถาวร นักออกแบบเรียกว่าสถาปนิกผู้ให้ความสำคัญกับงานด้านนี้เป็นอย่างมาก
นอกจากนั้นการออกแบบโครงสร้างยังเป็นส่วนหนึ่งของงานประติมากรรมที่เน้นคุณภาพของการออกแบบสามมิติ และยังหมายถึงการออกแบบเครื่องเรือน ฉากและเวที อีกด้วย
4. การออกแบบหุ่นจำลอง
เป็นการออกแบบเพื่อเป็นแบบสำหรับย่อ ขยาย ผลงานตัวจริง หรือเพื่อศึกษารายละเอียดของสิ่งนั้นๆ เช่น
* หุ่นจำลองบ้าน
* หุ่นจำลองผังเมือง
* หุ่นจำลองเครื่องจักรกล
* หุ่นจำลองทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
หุ่นจำลองเหล่านี้อาจจะสร้างจากงานออกแบบ หรือสร้างเลียนแบบจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพื่อศึกษารายละเอียดหรือข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกได้ ดังนี้
* หุ่นจำลองเพื่อขยาย หรือย่อแบบ เช่น อาคาร อนุสาวรีย์ เหรียญ ฯลฯ
* หุ่นจำลองย่อส่วนจากสิ่งแวดล้อม เช่น ลูกโลก ภูมิประเทศ ฯลฯ
* หุ่นจำลองเพื่อศึกษารายละเอียด เช่น หุ่นจำลองภายในร่างกายคน เครื่องจักรกลฯลฯ
ข้อมูลเพิ่มเติม ⇒
ศูนย์ศิลปะและการออกแบบ พิฆเนศรี
|