ข่าวสารหน้ารู้

รับนักศึกษาปี 2553

มาเรียนวาดเส้น
เตรียมสอบตรงค่ะ

มอบทุนการศึกษาค่ะ


รับนักศึกษาปี 2553

จำนวนที่เปิดรับ    110,586  รับตรง   =   66,317     Admission = 44,269
รับตรง  =  60%   ดังนั้น มาเตรียมความพร้อมก่อนสอบตรงดีกว่า

การเตรียมความพร้อมและเทคนิคในการสอบตรง

      การสอบตรงในปัจจุบันประกอบด้วย  3  รูปแบบหลัก
แบบที่ 1 ผ่านคุณสมบัติ    สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์   +   ดู Portfolio
แบบที่ 2 ผ่านคุณสมบัติ    สอบข้อเขียน   +   O-NET, A-NET สอบสัมภาษณ์  + ดู Portfolio
แบบที่ 3 ผ่านคุณสมบัติ    สอบสัมภาษณ์   +   ดู Portfolio

คุณสมบัติ

     ในการสอบตรง มหาวิทยาลัยจะพิจารณานักเรียนที่มีคุณสมบัติและความสามารถตรงกับความต้องการ ของคณะหรือสาขาเพื่อที่นักเรียนจะประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานต่อ ไป

การสอบข้อเขียน

     ข้อสอบในการสอบตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่า โครงการนั้นต้องการนักเรียนที่มีความสามารถด้านใด   เช่น สอบตรงนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยก็จะต้องการนักเรียนที่มีความสนใจด้านกฎหมาย มีความสามารถในการจับใจความ

การสอบสัมภาษณ์

     โดยส่วนมากจะเป็นลักษณะการสอบสัมภาษณ์ทางวิชาการและการสอบสัมภาษณ์เพื่อ ประเมินความพร้อมและความสนใจในคณะหรือสาขา ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ
     การสอบสัมภาษณ์ทางวิชาการ      จะเป็นการถามตอบเชิงวิชาการ  ลักษณะข้อสอบเหมือนข้อสอบอัตนัยโดยข้อสอบจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานใน การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้น  นักเรียนต้องเตรียมพร้อมโดยศึกษารายละเอียดรายวิชาที่ต้องเรียนของคณะหรือ สาขานั้น
     การสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความพร้อมความสนใจ      จะเป็นการสอบเพื่อวัดความพร้อมและความสนใจของนักเรียนว่ามีความสนใจที่จะ เข้าเรียนมากน้อยเพียงไร  คำถามที่มักพบบ่อยเช่น  "ทราบหรือไม่ว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร?"

Portfolio

     อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและนักเรียนจะต้องเตรียมไปในวันสอบสัมภาษณ์ คือ แฟ้มสะสมงานหรือ Portfolio ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกได้ง่ายขึ้น  ที่สำคัญ "คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ" ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับคณะหรือสาขาที่เรากำลังจะไปสัมภาษณ์จึงจะดี ที่สุด

..........................................................................

GAT ย่อมาจาก   General   Aptitude   Test

     เป็นการทดสอบความถนัดทั่วไป  เพื่อวัดศักยภาพของนักเรียนที่จะเรียนมหาวิทยาลัย โดยข้อสอบจะเน้นวิเคราะห์เป็นหลัก

เนื้อหา

     ♦การอ่าน  เขียน  คิดวิเคาระห์และการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์  50%
     ♦ การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ  50%

ลักษณะข้อสอบ  GAT จะเป็นแบบปรนัยและอัตนัย

     ♦คะแนน  300  คะแนน  เวลาสอบ  3  ชั่วโมง
     ♦ข้อสอบเน้น  Content  Free  และ  Fair
     ♦เน้นความซับซ้อน (Complexity) มากกว่าความยาก
     ♦มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อสอบ

จัดสอบปีละ  3  ครั้ง  (มีนาคม , กรกฎาคม, ตุลาคม )

     ♦ คะแนนใช้ได้  2  ปี  เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด   ( สอบได้ตั้งแต่ม.4 )

..........................................................................

PAT   ย่อมาจาก   Professional  Aptitude  Test

      เป็นการสอบวัดความถนัดเฉพาะทางวิชาชีพ  แบ่งเป็นทั้งหมด  6  ชุด  ประกอบด้วย

PAT 1  วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์

     ♦ เนื้อหา   เช่น  Algebra, Probability and Statistics, Conversion, Geometry, Trigonomentry, Calculus  ฯลฯ
     ♦ ลัษณะข้อสอบ  Perceptual  Ability, Calculation  skills, Quantitative  Reasoning, Math Reading Skills

PAT 2  วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์

     ♦ เนื้อหา   ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, Environment, ICT ฯลฯ
     ♦ ลักษณะข้อสอบ   Perceptual  Ability, Sciences  Reading  Ability, Science  Problem  Solving  Ability ฯลฯ

PAT 3  วัดศักยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์

     ♦ เนื้อหา   เช่น  Engineering  Mathematics,Engineering Sciences, Life  Sciences, IT ฯลฯ
     ♦ ลักษณะข้อสอบ   Engineering  Aptitude  i.e.  Multidimensional  Preceptual  Ability, Calculation  Skills, Engineering  Reading  Ability, Engineering  Problem  Solving  Ability

PAT 4  วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์

     ♦ เนื้อหา   เช่น   Architectural  Math  and Sciences ฯลฯ
     ♦ ลักษณะข้อสอบ  Space  Relations, Multidimensional  Perceptual  Ability, Architectural  Problem  Solving  Ability

PAT 5  วัดศักยภาพทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

     ♦ เนื้อหา  เช่น ความรู้ในเนื้อหาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม  ฯลฯ
     ♦ ลักษณะข้อสอบ  ครุศาสตร์ (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading  Skills), ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย  การแก้ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน  ครู  ผู้บริหารโรงเรียน  ฯลฯ

PAT 6  วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์

     ♦ เนื้อหา   เช่น  ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์  ดนตรี  นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทางศิลป์  ฯลฯ
     ♦ ลักษณะข้อสอบ   ความคิดสร้างสรรค์  ฯลฯ

PAT 7  วัดศักยภาพทางภาษาต่างประเทศที่  2

     ♦ เนื้อหา   จะเป็นพื้นฐานการเรียนต่อ  เช่น  Grammar, Vocabulary Culture, Pronunciation Functions
     ♦ ลักษณะข้อสอบ   Paraphasing, Summarizing Applying Concepts and Principles, Problem Solving
skills, Critical Thinking skills, Questioning skills, Analytical skills

Top ↑      

¦   Home   ¦   Introduction   ¦   Class   ¦   My Story   ¦   Ganesha   ¦   Webboard   ¦   About Us  ¦
..........................................................................................................

>